ตามคำแนะนำในการทำเว็บให้เร็วคือให้แยกไฟล์ภาพ, css และ javascript ออกมาเพราะว่าไฟล์พวกนี้แทบจะเหมือนๆ กันทุกๆหน้า และเปลี่ยนไม่บ่อยนัก การ set server จึงกำหนดให้ทางฝั่ง browser จดจำ static content (css, images,js files) พวกนี้เอาไว้ จะได้ไม่ต้องโหลดไฟล์พวกนี้ใหม่ ทำให้สิ้นเปลือง (สิ้นเปลือง bandwide แบนด์วิธอันล้ำค่าและมีราคาที่เช่ามาจาก isp และ cpu, ram ที่ใช่จัดการจ่ายไฟล์จาก server ไปให้บราวน์เซอร์ของยูเซอร์)

ปัญหาก็คือ เมื่อเราแก้ไฟล์ image, css หรือ javascript อัพโหลดขึ้นไปบน server แล้วแต่ user ยังได้รับไฟล์ version เดิมๆ อยู่ ที่นิยมกันก็คือ ใส่ตัวแปรแบบสุ่มหรือเวลาตามหลังชื่อไฟล์ เช่น

<link href="styles.css?ts=150151" rel="stylesheet" type="text/css">
...
<script src="scripts.js?ts=150151">
...
<img src="logo.png?ts=150151">

เมื่อต้องการให้ใช้ไฟล์ version ใหม่ก็เปลี่ยนค่าของ ts เป็นค่าอื่น ตัว browser จะถือว่าเป็นคนละไฟล์กับไฟล์เดิมที่เก็บไว้ใน cache ของมันเอง ปัญหาก็คือถ้ามีไฟล์พวกนี้ 100 จุด หรือ 1000 จุดก็ต้องไล่แก้ทั้งหมดให้เหมือนๆกันถึงจะเปลี่ยนไฟล์ทุกตัวให้เป็นตัวใหม่พร้อมๆกัน อาจจะทำเป็น global variable หรือใช้ function จัดการให้แต่มันซับซ้อนเกินไป

อีกวิธีที่ทำได้ง่ายแต่ได้ผลกับทุกๆ ไฟล์คือใช้

header('Cache-Control: no-store, no-cache, must-revalidate, max-age=0');
header('Cache-Control: post-check=0, pre-check=0', false);
header('Pragma: no-cache');

เมื่อต้องการให้ browser โหลดไฟล์ใหม่อีกครั้ง โดยใส่ใน header ของเว็บ

อ่านเพิ่มเติม HTTP Caching